คบเด็กสร้างโรงพยาบาล

โครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล มีเป้าหมายในการปลูกจิตสำนึกความมีส่วนร่วมกับสังคมให้เด็ก ๆ มีความรู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในสังคม เขาสามารถช่วยสังคมได้ ความดีแม้เล็กน้อยก็เป็นสิ่งสำคัญที่เมื่อเราเห็นคุณค่า มันจะพัฒนาและเติบใหญ่ขึ้นในหัวใจของเด็กๆ

Balloon Art ได้ร่วมโครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล ระดมทุนเพื่อร่วมสร้างอาคารศูนย์อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ร.พ.มหาราชนครราชสีมา โดยโครงการเราใช้ปลาตะเพียนเป็นสัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงการอวยพรให้มีสุขภาพแข็งแรง มีความอุดมสมบูรณ์ และความสุข
เหมือนอย่างที่ผู้ใหญ่สมัยก่อนนิยมสานปลาตะเพียนมอบให้เด็กอ่อน
.
วันนี้โครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล จึงอยากให้เด็ก ๆ ได้มีโอกาสเป็นผู้ให้บ้าง โดยการนำความปรารถนาดีนั้น ส่งผ่านปลาตะเพียน กลับไปหาผู้ใหญ่ที่ต้องการกำลังใจ ในการต่อสู้กับอาการเจ็บป่วยที่โรงพยาบาล ปลาตะเพียน 1 ตัว คือ 1 กำลังใจ ที่เด็กๆมอบให้ผู้ป่วย
ชวนเด็ก ๆ มาสานปลาตะเพียนกัน
ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านค่ะ
==========================
ผู้สนใจทุกท่านร่วมส่งปลาตะเพียนให้กำลังใจผู้ป่วย โดยโพสบน Facebook พร้อม hashtag #คบเด็กสร้างโรงพยาบาล
หรือส่งปลาใส่ซองปิดแสตมป์ มารวมกันที่
.
[ ส่งมาที่ ]
โครงการคบเด็กสร้างโรงพยาบาล
เลขที่ 1009/6 ถนนพระราม 3 แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
==========================
ร่วมกันบริจาคสร้างศูนย์อุบัติเหตและฉุกเฉินได้ที่ บัญชี
“กองทุนหลวงพ่อกัณหาเพื่อสมทบสร้างอาคารสมเด็จพระเทพฯ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา”
.
ธนาคารกรุงไทย เลขที่ 982-6-07027-0
ธนาคารกรุงเทพ เลขที่ 285-5-75225-5
ธนาคารไทยพาณิชย์ เลขที่ 503-2-98924-6
.
ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2561
ยอดบริจาคตั้งแต่ 500 บาทขึ้นไปสามารถขอใบอนุโมทนาบัตรเพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษีได้นะคะ
โดยแจ้งชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ และหลักฐานการโอนเงิน มาที่ Line id: @littleherocsr
.
รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ใน
.
http://www.littleherocsr.com/
www.facebook.com/LittleHeroCSR

#LittleHeroCSR   

#BalloonArtMakeWow  #BalloonArtToGoMagicTank  #HappinessAmbassador #BalloonArtCSR

ทำงานให้มีความสุขกันดีกว่า

หลายบทความที่ผ่านมา BalloonArtToGo ก็ได้นำเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำงานมาฝากกัน และดีใจที่เหล่าสมาชิกชื่นชอบค่ะ สัปดาห์นี้ BalloonArtToGo จึงมีเคล็ดลับง่ายๆในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวกมาฝากกันค่ะ กระซิบว่าเหมาะมาก สมาชิกที่เป็นหัวหน้างานนะคะ

 

  1. หัวไม่ขยับหางไม่ส่าย – เป็นความจริงที่ว่าหากเราอยากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามในที่ทำงาน คนแรกที่ต้องเริ่มเปลี่ยนคือหัวหน้างานนั้นเองค่ะ ดังนั้น…จงทำให้ลูกน้องดูเป็นตัวอย่าง เช่น อยากสร้างวัฒนธรรมการมาทำงานตรงเวลา หัวหน้าก็ต้องมาตรงเวลาเสียก่อน อยากให้ลูกน้องเลิกใส่รองเท้าแตะระหว่างทำงาน หัวหน้าก็ต้องใส่รองเท้าคัทชูหุ้มส้นรัดส้นให้เรียบร้อยด้วย เป็นการส่งสัญญาณบอกทุกคนในแผนกว่า การแปลงนี้จริงจังนะ..ดูสิ..แม้แต่หัวหน้ายังทำเลย
  2. พูดคุยกันให้บ่อย – พลังบวกจะสร้างขึ้นไม่ได้ถ้าสมาชิกไม่คุยกันหรือคุยน้อย คำว่าคุยในที่นี้ไม่รวมการคุยใน LINE หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆนะคะ แต่มันหมายถึงการคุยกันแบบเห็นหน้า ดังนั้นการประชุมที่สม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการสร้างวัฒนธรรมทำงานเชิงบวกค่ะ ความถี่ที่เหมาะสมคือสัปดาห์ละครั้ง จงทำให้การประชุมมีคุณค่า ไม่เสียเวลาประชุมไปโดยเปล่าประโยชน์ เคล็ดลับก็คือควรมีวาระการประชุมไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้เรารู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง และคุยอยู่ในกรอบแถวนั้น ไม่ออกทะเลจนหาทางกลับไม่ได้ จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์นะคะ
  3. คุยอะไรในการประชุม – คุณก็ควรหารือทุกอย่างตามวาระการประชุมที่วางไว้  แต่เมื่อหมดวาระแล้ว หัวหน้าควรตั้งคำถามว่า “ใครมีข้อเสนออะไรเพื่อปรับปรุงงานตรงไหนของเราให้ดีขึ้นได้บ้าง”  คุณควรรับฟังแล้วนำไอเดียเหล่านั้นไปทำให้เป็นจริงบ่อย ๆ เพราะมิฉะนั้นลูกน้องจะคิดว่า  “เสนอไปหัวหน้าก็ไม่เห็นทำเลย  จะเสนอไปทำไม”   จริงอยู่เราคงทำทุกข้อเสนอไม่ได้ เพราะอาจติดขัดเรื่องทรัพยากร  แต่หัวหน้าควรรับฟังทุกไอเดีย บางไอเดียทำไม่ได้ทั้งหมด แต่หยิบบางส่วนของไอเดียเอาไปทำก็ทำให้เจ้าของไอเดียชื่นใจแล้วล่ะค่ะ
  4. ให้ข้อมูลป้อนกลับ เชื่อไหมคะว่าสิ่งที่ลูกน้องอยากได้จากหัวหน้ามากที่สุด  คือข้อมูลป้อนกลับ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า feedback นั่นเองค่ะ ลูกน้องอยากรู้ว่า ว่าเราทำอะไรดีแล้วบ้าง และเราควรจะปรับปรุงตัวตรงไหนบ้าง หัวหน้าควรเรียนรู้ที่จะให้ feedback ในทางบวกกับลูกน้องแต่ละคนเป็นประจำ เชื่อได้เลยค่ะว่า .. ลูกน้องจะรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะเขารู้ว่าหัวหน้าคอยมองผลงานของเขาอยู่เสมอ
  5. เอ่ยชมอย่างจริงใจ – เชื่อหรือไม่คำว่าจริงๆแล้วลูกน้องไม่ได้ต้องการเงินเดือนขึ้นตอนปลายปีมากไปกว่าคำชมเลยนะคะ แถมคำชมยังเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้เงินหรือทรัพยากรใดๆทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายนี้ .. กลับเป็นสิ่งที่หัวหน้างานละเลยหรือไม่เคยทำเลยก็เป็นได้ แต่ยังไม่สายเกินไปที่เราจะลุกขึ้นมาชื่นชมลูกน้องกันบ้างนะคะ พนักงานที่เป็นเพื่อนกันก็สามารถเอ่ยชมกันได้นะคะ เพราะคำชมคือกำลังใจที่จะทำให้คนลุกขึ้นสู้ได้อย่างดีที่สุด

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ วิธีการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวกที่ BalloonArtToGo นำมาฝากในวันนี้ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่า พลังบวกเป็นโรคติดต่อนะคะ มันสามารถส่งถึงกันได้เชื่อเลยทีเดียว และอีกหนึ่งในเคล็ดไม่ลับการสร้างความสุขก็คือ  ออฟฟิศของคุณควรมีลูกโป่งสวยๆ สีสันสวยงาม หรือลูกโป่งแฟนซีสกรีนคำพูดเด็ดๆโดนๆ คำพูดให้กำลังใจเอาไว้ จะช่วยให้ทุกคนรักที่ทำงานและอยากมาทำงานทุกวันทีเดียวเชียวค่ะ ขอบอก

#BalloonArt

#MagicTank

#HappinessAmbassador

#BalloonArtToGo

#Call021361234

__________________

Daisy Balloon

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  ห่างหายไปนานเพราะแอดมินเองก็ไปงาน NRA ที่ชิคาโก้กลับมา  ได้นำพระวิหารเป่าลม พร้อมยักษ์และกำแพงแล้วไปอวดโฉมที่นั่น  ไว้มีโอกาสจะขอให้หน้า blog ประมวลภาพและบรรยากาศมาให้ชมแบบเต็ม ๆ นะคะ

แต่สัปดาห์นี้แอดมินมีเรื่องน่าตื่นเต้นพอ ๆ กันมาฝากค่ะ  ขณะนี้ BalloonArtToGo เป็นผู้จัดงานศิลปะลูกโป่งโดยใช้ชื่อว่า Daisy Balloon ค่ะ  งานนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1-10 มิถุนายน 2561  ณ Open House  ชั้น 6 ศูนย์การค้า Central Embassy

หลายคนก็สงสัยว่า Daisy Balloon คืออะไร  ตอบว่า Daisy Balloon คือ หน่วยแสดงศิลปะของศิลปินลูกโป่ง 2 ท่านที่ชื่อ Rie Hosokai  และ Takashi Kawada  ศิลปินทั้งคู่อายุ 42 ปี  ทั้งสองมีชื่อเสียงด้านการสร้างสรรงานศิลปะจากลูกโป่ง บนธีมที่จะต้อง “สัมผัสได้ และใส่ใจคุณภาพ”    ผลงานสร้างชื่อให้ศิลปินทั้งสองคือ “ชุดลูกโป่ง” ที่ประดับด้วยลูกโป่งจิ๋วมากมาย งดงามและเป็นงานศิลปะที่ละเอียดอ่อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา  ยังไม่หมดค่ะ…ชุดลูกโป่งนี้หากดูในรายละเอียดจะพบว่า คุณภาพการสร้างสรรนั้นคือระดับสถาปนิกเลยทีเดียว     BalloonArtToGo เห็นว่าศิลปินลูกโป่งทั้งคู่ช่างน่าทึ่งมาก  จึงได้เชิญท่านมาสร้างสรรงานศิลปะจากลูกโป่งให้ชาวไทยได้ชมกันค่ะ   ซึ่งนี่นับเป็นงานลูกโป่งชิ้นใหญ่ชิ้นแรกที่จัดแสดงที่ Open House เลยค่ะ

ในงาน Daisy Balloon ครั้งนี้  เมื่อท่านขึ้นไปถึงส่วน Open House ซึ่งเป็นพื้นที่จัดงาน  ท่านจะได้พบกับ 4 โซนใหญ่ ๆ  อันประกอบด้วย

  • Balloon Café ท่านจะได้ชิมอาหารและเครื่องดื่มที่ได้แรงบันดาลใจจากลูกโป่ง

  • Pop-up Store ผู้เข้าชมจะได้ลองเรียนสร้างสรรศิลปะจากลูกโป่งด้วยตัวเอง

  • Open Talk by Daisy Balloon สัมภาษณ์ศิลปินทั้งสอง และชมงานศิลปะชุดนี้ได้โดยรอบ Open House

  • Kids Workshops พื้นที่ให้น้อง ๆ หนู ๆ ได้สนุกกับลูกโป่งกันอย่างเต็มที่

เอาล่ะค่ะ … คราวนี้แอดมินขอพาท่านมาชมนิทรรศการศิลปะจากลูกโป่งชุดนี้กันนะคะ

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า สไตล์การสร้างสรรงานศิลปะของศิลปินทั้งสองนั้น มักได้แรงบันดาลใจมาจากปรัชญาและการพบปะผู้คนในท้องถิ่นนั้น  ๆ  และงานศิลปะของทั้งสองมักสื่อสารเรื่องการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน  และงานศิลปะชุด FORWARD ที่ Daisy Balloon นำมาแสดงให้ BalloonArtToGo ในครั้งนี้ก็เช่นกันค่ะ

งานศิลปะชุดนี้ชื่อว่า FORWARD นะคะ   และงานศิลปะชิ้นที่ชื่อเดียวกับนิทรรศการก็คือชิ้นนี้ค่ะ1

ซึ่งแรงบันดาลใจก็มาจาก การที่ศิลปินทั้งสองได้มาเที่ยวเมืองไทยและสัมผัสได้ถึงพลังงานของชาวไทย ที่เปรียบเสมือนจุดเล็ก ๆ ที่มีจุดหมายต่างกันไป  แต่เราก็มีพื้นฐานจากวัฒนธรรมเดียวกัน   เมื่อรวมกันแล้ว..เราจะกลายเป็นมวลขนาดใหญ่ที่จะสามารถขับเคลื่อนสังคมไทยไปด้วยกัน

รูปแบบการใช้ชีวิตของคนไทยนั้นรักอิสระ  รูปทรงของ forward จึงพริ้วไหว  เหมือนการอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยความแตกต่าง

ผลงานชิ้นนี้ยังเป็นศูนย์รวมของงานศิลปะชิ้นย่อย อันประกอบด้วย “การเกิด”  “การเติบโต”  “การพบเจอ”  “การรวมกัน” และ “การสรรสร้าง” ค่ะ

การเกิด

32

ผลงาน “การเกิด” นั้นประกอบด้วยงานศิลปะชิ้นเล็ก 5 ชิ้น ที่สะท้อนการเกิดแบบต่าง ๆ  การเกิดนั้นเป็นจุดแรกที่มนุษย์ได้เริ่มเรียนรู้เกี่ยวกับ “ความสัมพันธ์”   งานศิลปะชิ้นเล็กแต่ละชิ้นมีความละเอียดอ่อนมากมาย  ทำให้เราต้องส่องดูสิ่งที่อยู่ข้างในค่ะ

 

4

5

 

“การเติบโต”

ศิลปะชิ้นที่ชื่อว่า “การเติบโต” นั้น สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง พ่อ แม่ และลูกค่ะ  ซึ่งในการใช้ชีวิตครอบครัว แน่นอนว่าทุกวันที่ผ่านไป  เราทุกคนล้วน “เติบโต” ขึ้นทางด้านร่างกายหรือจิตใจ ทางใดทางหนึ่งแน่นอน   สมาชิกในครอบครัวต่างก็เป็นแรงให้สมาชิกคนอื่นเติบโตหรือพัฒนาตัวเองไปในทิศทางต่าง ๆ

 

6

 

“การพบเจอ”

ผลงานชิ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ได้มีเพียงแต่ความสัมพันธ์จากครอบครัวเท่านั้นที่สำคัญ  แต่เราควรใส่ใจกับความสัมพันธ์อื่น ๆ ที่เราพบเจอรอบตัวเราด้วยเช่นกัน

7

“การรวมกัน”

เป็นผลงานที่สะท้อน “ความเป็นปัจเจก” และการอยู่ร่วมกันค่ะ   สีและรูปร่างที่แตกต่างกันแสดงให้เห็นว่า แต่ละองคาพยพในสังคมหรือประเทศชาตินั้นไม่เหมือนกัน  แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัวและสันติ

8

และ“การสรรสร้าง” คือการที่ความแตกต่างมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรสิ่งใหม่นันเองค่ะ

9

เป็นอย่างไรบ้างคะ  กับงานศิลปะจากลูกโป่งโดยศิลปินระดับโลกที่ BalloonArtToGo เชิญมาจัดแสดงนิทรรศการ  ก็หวังว่าจะได้เปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับลูกโป่งให้กับชาวไทยใช่ไหมคะ  หลาย ๆ คนมาชมงานนิทรรศการครั้งนี้แล้วก็อุทานว่า  “ไม่น่าเชื่อเลยว่าลูกโป่งจะสามารถสร้างสรรเป็นงานศิลปะได้แบบนี้”

แต่อย่างไรก็ตาม  ลูกโป่งก็ยังเป็นลูกโป่งใช่ไหมคะ มีความกลม มีความโค้งและน่ารัก  ที่สำคัญสีสันก็สดใส ตื่นตาตื่นใจกับทุกคนได้ชมแน่นอน

ถ้าใครได้ไปชมนิทรรศการนี้แล้วก็สามารถติดตามศิลปินได้ที่เว็บไซต์ของ Daisy Balloon นะคะ

แต่ถ้าใครยังคงมองหาลูกโป่งสำหรับโอกาสต่าง ๆ ก็อย่าลืมว่า เราชาว BalloonArtToGo ก็ยังคงรอต้อนรับทุกท่านอยู่ทุกสาขาใกล้บ้านท่านค่ะ

Kai Poomjai Balloon Art

#MagicTank

#HappinessAmbassador

#BalloonArtToGo

#Call021361234

ทำอย่างไรให้เครียดน้อย

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  ทำงานกันมาครึ่งปีแล้ว เชื่อว่าที่ผ่านมาหลายคนตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เรียกว่า “ความเครียด” กันมาบ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ  เราชาว BalloonArtToGo เข้าใจทุกคนนะคะ เพราะคนทำลูกโป่งอย่างเรา แม้จะทำงานที่สายงาม มีความสุข สนุกสนาน  แต่หากเงื่อนไขต่าง ๆ ค่อนข้างบีบคั้น ความเครียดก็ถามหากันได้ทุกคนนะคะ  เอาล่ะค่ะ..อย่ารอช้าเลย วันนี้เรามีเทคนิคทำอย่างไรให้เครียดน้อยมาฝากกันค่ะ

 

  1. นอนให้พอ : เรื่องนี้เหมือนจะเบสิกมาก  แต่เชื่อไหมคะว่าเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนเครียดมากกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ  ร่างกายของคนเราต้องการเวลานอนวันละ 6 ชม.เป็นอย่างน้อย  และควรนอนในช่วงเวลาไม่เกิน 4 ทุ่ม  สมองจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ ก็จะมีพลังที่จะทำงานในวันต่อไป  การนอนหลับให้สนิทและเพียงพอจึงสำคัญมากค่ะ  แต่ปัจจุบันคนเรามักนอนดึกและตื่นเช้า  นั่นแหล่ะค่ะ..สาเหตุของความเครียด  พอสมองพักผ่อนไม่พอก็จะส่งผลให้เราหงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จะคิดจะทำอะไรก็ช้าไปหมด  รู้อย่างนี้แล้ว คืนต่อไปพยายามเข้านอนตามเวลา และวางมือถือให้ห่างไกลจากหัวเตียงของเรานะคะ
  2. เมื่อรู้สึกเครียดให้พักเบรค เคยมั้ยคะ..บางทีคิดแก้ปัญหาแทบตายก็คิดไม่ออก  พอวางมือแล้วออกไปเดินเล่น..กลับคิดออกซะงั้น  นั่นเป็นเพราะกายและใจของเราต้องการพักค่ะ  เมื่อรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ให้เปลี่ยนอิริยาบท เคลื่อนไหว ออกไปสูดอากาศ ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายนอกออฟฟิศบ้าง  เมื่อเลือดได้หมุนเวียน มันก็จะไปเลี้ยงสมองได้ดี ความคิดความอ่านก็แล่นฉิว ความลับอยู่แค่นี้เองค่ะ
  3. จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย : หลายคนสงสัยทันทีว่ามันเกี่ยวอะไรกันด้วย เกี่ยวสิคะ..เกี่ยวมาก ๆ เสียด้วย เพราะ “สะอาดนอก ส่งผลต่อ สงบใน” นะคะ  การที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราสะอาดเป็นระเบียบ ทำให้จิตใจข้างในของเราสะอาดเรียบร้อยและสงบด้วยเช่นกันค่ะ  ไม่เชื่อก็ลองเลยค่ะ..หาเวลาสัก 15 นาที จัดโต๊ะทำงานให้สะอาดเป็นระเบียบเลยค่ะ  แอดมินการันตีเลยว่า ความเครียดจะลดลงทันทีและความสุขจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
  4. บริหารเวลา จากบทความที่แล้วเราแนะนำให้ท่านเขียนเป้าหมายของแต่ละวันและวางแผนงานที่ต้องทำ  การบริหารเวลาคือการกำหนดลงไปเลยว่า งานไหนจะทำเมื่อไหร่ จากนั้นก็ทำตามแผนที่ตั้งไว้ แค่นี้ชีวิตก็ไหลลื่นแล้วค่ะ
  5. หายใจ หายใจ และหายใจ เครื่องมือลดความเครียดนี้อยู่กับเราตลอดเวลา แต่เสียดายที่หลายคนมองข้ามมันไป  วันนี้รู้แล้วนะคะ ว่าลมหายใจมีค่าแค่ไหน ดังนั้นต่อไปนี้จงจำไว้ว่า “พยายามหาเวลาหายใจลึก ๆ ยาว ๆ เสมอ เมื่อมีโอกาส”  เวลาคนเราเครียดจะหายใจตื้นและถี่ ดังนั้นถ้าอยากหายเครียดก็ทำตรงข้ามสิคะ  หายใจลึก ๆ ยาวๆ เข้าไว้  ง่ายดีออกค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ  เห็นมั้ยล่ะ..แอดมินการันตีแล้วว่าทำไม่ยาก โดยเฉพาะเรื่อง “หายใจ” เครื่องมือแสนง่ายที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา  แอดมินเองก็เห็นจะต้องลองทำบ่อย ๆ เสียแล้วค่ะ  และอย่าลืมนะคะ…ถ้าเพื่อนพ้องพี่น้อง หรือคนรอบตัวท่านเครียด ขอให้นึกถึงลูกโป่งสวย ๆ สีสันสดใสจาก BalloonArtToGo เลยนะคะ  สั่งลูกโป่งฟอยล์หรือลูกโป่งตัวอักษรมอบให้เขาเป็นของขวัญ  รับรองด้วยเกียรติของลูกเสือเลยว่า ความเครียดของเขาจะหายไป รอยยิ้มสดใสจะเข้ามาแทน แน่นอนค่ะ

วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (2)

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  อย่างที่แอดมินได้นำข้อคิดดี ๆ เรื่องการสร้างแรงบันดาลใจมาฝากเมื่อบทความที่แล้ว  โดยมีต้นความคิดมาจากการที่ BalloonArtToGo ได้มีโอกาสไปสร้างสรรความสุขให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นซุ้มลูกโป่ง ลูกโป่งตัวอักษร ลูกโป่งแฟนซี หรือลูกโป่งจัดงานต่าง ๆ  ทำงานไปความเหนื่อยและท้อแท้ย่อมมีบ้าง  อะไรทำให้พนักงานทุกคนใน BalloonArtToGo ฮึดสู้กันมาได้  เรามาดูกันต่อเลยนะคะ

 

  1. เลิกเอาคำพูดคนอื่นมาเป็นพระเจ้าของคุณ หนึ่งในตัวตัดกำลังใจที่สำคัญคือ “คำพูดทางลบของคนอื่น” นั่นเองค่ะ  เวลาได้ยินก็ให้วางใจว่า ที่เขาพูดไปอย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้สถานการณ์ ไม่รู้ความสามารถของคุณ เขาอาจจะพูดไปด้วยความเป็นห่วงก็ได้ จำไว้เสมอว่าตัวคุณรู้สถานการณ์และความสามารถของตัวเองดีที่สุด คงพูดของคนอื่นเป็นเพียง “สายลมที่หวังดี” เท่านั้นค่ะ
  2. ลงมือทำเดี๋ยวนี้ เพราะการผลัดวันประกันพรุ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความไม่มั่นใจหรือไม่มั่นคงในเป้าหมาย  ดังนั้นจงหายจาก “โรคเลื่อน” ได้และลงมือทำทันทีค่ะ
  3. คุณเป็นเจ้าของจิตวิญญาณที่ไร้ลิมิต ใช่แล้วค่ะ..จิตใจของคนนั้นมีพลังงานมหาศาล จิตของคุณก็เช่นกัน..มันสามารถบันดาลหลายสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้  จงอย่าใช้ร่างกายเป็นกรงขังศักยภาพนั้น แต่จงใช้ร่างกายคุณเป็นเครื่องมือที่จะใช้พลังของจิตใจ ไปทำงานให้สำเร็จค่ะ
  4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง จิตใจที่แข้มแข็งอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงค่ะ ดังนั้นท่านต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ  คิดดูสิว่าหากเรากำลังท้อแท้แล้วเกิดป่วยขึ้นมาอีก โลกจะหดหู่แค่ไหนคิดดู!
  5. ช่วยเหลือผู้อื่น วิธีการสร้างพลังให้ตัวเองที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการทำเพื่อคนอื่นค่ะ ดีที่สุดคือการไปทำจิตอาสา เมื่อท่านได้เป็นฝ่าย “ให้” ท่านจะได้รับพลังบวกจากการให้นั้น รอยยิ้มของผู้รับ ผลงานที่ท่านมีส่วนร่วมทำจนสำเร็จคือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ท่านจะรู้สึกได้ถึงคุณค่าของตัวเอง จงเก็บเกี่ยวพลังนั้นกลับมาใช้ในงานค่ะ
  6. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ :  อย่ารอให้งานชิ้นใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงฉลอง เพราะคุณอาจจะต้องรอนานเกินไปค่ะ  แบ่งโปรเจ็คใหญ่ออกเป็นงานย่อย ๆ และเมื่องานย่อยแต่ละชิ้นเสร็จลงไป  ให้คุณหยุด..และชื่นชมกับความสำเร็จนั้น  แล้วดำเนินการขั้นต่อไป  นี่เป็นเคล็ดลับของคนที่ทำงานใหญ่สำเร็จค่ะ  เมื่อวางแผนภาพใหญ่เสร็จแล้ว เมื่อเริ่มลงมือทำ..เขาจะมองงานเล็ก ๆ ระหว่างทาง แล้วค่อย ๆ ทำมันให้สำเร็จทีละงาน ๆ  วิธีนี้ทำให้เรารู้สึกว่า งานไม่ได้ยากเกินไป และเราก็ทำสำเร็จมาแล้วมากมาย  เป็นแรงบันดาลใจให้ทำงานต่อค่ะ
  7. ตัดสินใจว่าท่านจะเป็น “ผู้ชนะที่มีความสุข” ข้อนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ เคล็ดลับแบบเต็ม ๆ ถึง 12 ข้อ  บอกเลยว่าพวกเราชาว BalloonArtToGo ใช้มาแล้วทุกข้อและพบว่าได้ผลดีจึงนำมาบอกต่อนะคะ ใครนำไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมกลับมาบอกกันบ้าง  แต่สำหรับใครที่พบคนท้อแท้หมดกำลังใจ และอยากจะส่งรอยยิ้มถึงพวกเขา  จงอย่าลังเลที่จะเข้ามาหาซื้อลูกโป่งฟอยล์ ลูกโป่งตัวอักษร หรือลูกโป่งแฟนซีสวย ๆ จาก BalloonArtToGo นะคะ  รับรองผู้รับเห็นแล้วจะมีกำลังใจขึ้นเป็นกองเชียวค่ะ  ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะคะ สวัสดีค่ะ

วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (1)

หลักการฮึดขึ้นสู้

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  อย่างที่แอดมินเกริ่นมาหลายสัปดาห์แล้วว่า วันเวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ เผลอแป๊บเดียวก็เข้ามาครึ่งปี  และเผลอแป๊บเดียวเดือนมิถุนายนก็กำลังจะผ่านไป   BalloonArtToGo เอง…มองกลับตั้งแต่ต้นปีมา เราก็เห็นการเดินทางของลูกโป่งหลายล้านลูกที่เราได้มีโอกาสไปสร้างสรรความสุขให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นซุ้มลูกโป่ง ลูกโป่งตัวอักษร ลูกโป่งแฟนซี หรือลูกโป่งจัดงานต่าง ๆ  งานแต่ละงานมีความยากง่ายของตัวเอง  แน่นอนว่า..เวลาเจองานยาก ๆ เราก็มีท้อกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยหลักการบางอย่าง และความรักในลูกโป่งอย่างที่สุด  ทำให้พนักงานทุกคนใน BalloonArtToGo ฮึดสู้กันมาได้  หลักการเหล่านั้นมีอะไร วันนี้ BalloonArtToGo มีมาฝากเหล่าสมาชิกกันค่ะ

  1. ทุกอย่างเริ่มจากความคิด จงจำไว้นะคะว่า..คนเราจะเป็นตามที่ภาพที่เรามองเห็นตัวเอง  ถ้าท่านมีภาพในหัวตัวเองว่าท่านเป็นผู้แพ้ ท่านทำไม่ได้  ในที่สุดท่านก็จะท้อแท้และไม่มีวันทำอะไรสำเร็จ  ดังนั้นจงสร้างภาพตัวเองที่มีพลังบวก สู้ เข้มแข็ง เปี่ยมพลัง ยิ้มแย้มร่าเริง ขึ้นมาในหัวท่านเสมอ จะให้ดี..แนะนำให้หารูปตัวเองตอนที่ยิ้มแย้งแจ่มใสเต็มที่มาแปะไว้ที่โต๊ะทำงาน เมื่อไหร่ที่เริ่มท้อหรือหมดพลังก็ให้หันมาดูรูปนี้  แล้วบอกกับตัวเองว่า “ฉันร่าเริง ฉันสู้อุปสรรคทุกอย่างที่เข้ามาด้วยใจเข้มแข็ง ฉันมีพลัง ฉันทำได้”  หรือสรรหาคำพูดทางบวกอื่น ๆ มาคอยให้กำลังใจตัวเอง  ไม่ต้องไปคอยหาเชียร์ลีดเดอร์ทีไหน เพราะตัวท่านเองคือเชียร์ลีดเดอร์ที่ดีที่สุดให้กับตนเองค่ะ
  2. เขียนสิ่งที่ท่านอยากทำให้สำเร็จลงบนกระดาษ แล้วจินตนาการถึงความรู้สึกหากท่านทำสิ่งนั้นสำเร็จ  ในด้านจิตวิทยาแล้ว..คนเราอยากได้ความปรีดาเมื่องานสำเร็จ จงจินตนาการถึงความรู้สึกนั้นให้บ่อยๆ เมื่อท้อถอย แล้วท่านจะมีแรงบันดาลใจขึ้นอีกเยอะทีเดียวค่ะ
  3. ยอมรับว่า “แรงเสียดทาน” เป็นเรื่องธรรมดา การงานที่ยิ่งใหญ่และการพัฒนาตนเอง มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ แรงต้านนั่นเองค่ะ ทันทีที่เราตั้งใจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จหรือยากพัฒนาตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เราจะพบแรงต้านหรืออุปสรรคมากมายระหว่างทาง ดังนั้นจงเตรียมใจไว้ก่อน เมื่ออุปสรรคเข้ามาจริง ๆ ท่านจะได้ยิ้มรับแล้วบอกมันว่า “อ๋อ..มาแล้วเหรอจ้ะ  ยินดีต้อนรับ”  ท่านจะไม่โวยวาย ตีโพยตีพาย หรือทำปัญหานั้นให้ใหญ่เกินจริง เมื่อเรามีสติต้อนรับปัญหา เราก็จะเกิดปัญญา..มองเห็นทางแก้ได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ
  4. เอาชนะความกลัว : หนึ่งในตัวดูดแรงบันดาลใจคือความกลัวค่ะ  เมื่อเกิดความกลัวหรือกังวลขึ้นในใจ แนะนำให้ท่านเขียนความกลัวนั้นลงบนกระดาษ  แล้วเขียนเหตุผล 3 ข้อที่เราควรเอาชนะความกลัวนั้นให้ได้  อ่านเหตุผลสามข้อนั้นออกมาดัง ๆ  ทุกครั้งที่กลัวก็ให้กลับไปอ่านอีก  รับรองเราจะฮึดสู้ได้ไม่ยากค่ะ

แหม…ให้กำลังใจเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo มาแป๊บ ๆ หน้ากระดาษก็หมดเสียแล้ว นั่นเพราะแอดมินมีแรงบันดาลใจมากมายนั่นเองค่ะ และตอนนี้ก็คงต้องขอตัวไปจัดลูกโป่งให้ลูกค้าก่อนนะคะ  บทความหน้าเรามาต่อซีซั่น 2 กันด้วยเคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ซึ่งยังมีมาให้อีกเพียบเลยค่ะ  ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะคะ

 

Kai Poomjai Balloon Art

#MagicTank

 

รับมือการเปลี่ยนแปลง (ต่อ)

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  สัปดาห์นี้เราพูดกันถึงเรื่อง “การยอมรับความเปลี่ยนแปลง” นะคะ  ในบทความที่แล้วแอดมินได้เกริ่นไปแล้วว่า เราควรมีมุมมองอย่างไรต่อการเปลี่ยนแปลง นั่นคือ..อยากให้สมาชิกทุกคนมอง “ความเปลี่ยนแปลง” เป็น “โอกาส” ในการพัฒนาตัวเองค่ะ เช่นเดียวกับ BalloonArtToGo  ที่มีความเปลี่ยนแปลงด้านลูกโป่งมาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมด้านลูกโป่งใหม่ ๆ ที่เข้ามา หรือความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไป  แต่โปรดจงมั่นใจได้ว่าท่านจะได้ลูกโป่งที่ตอบโจทย์ท่านได้ดีที่สุดแน่นอนค่ะ

 

เอาละ..อย่าเสียเวลา เรามาดู………… วีธีการรับมือกับความเปลี่ยนแปลงดีกว่าค่ะ

  1. หาทางหนีทีไล่เอาไว้ก่อน : ไม่ได้บอกให้ท่านมองโลกในแง่ร้ายนะคะ แต่เรามองโลกในแง่จริงค่ะ  จริงที่ว่า วันใดวันหนึ่งความเปลี่ยนแปลงก็คงมาเยือนเราแน่นอน  และเนื่องจากสมาชิกของเราส่วนใหญ่ทำงานออฟฟิศหรือในองค์กร แอดมินจึงขอยกตัวอย่างเรื่องงานนะคะ  ดังนั้นทางหนีทีไล่ที่ว่านี้คงหนีไม่พ้น “งานเสริม” หรืองานสำรองนั่นเองค่ะ ทำไปควบคู่กับงานประจำนั่นแหล่ะ  วันใดที่เรามีอันต้องจากงานประจำออกมาเราก็จะได้มีทางออก  หรือไม่แน่นะคะ..เห็นมาหลายรายแล้วที่วันหนึ่ง..งานเสริมดันทำรายได้มากกว่างานประจำเสียนี่
  2. ทำตัวให้มีค่า และมีค่ามากขึ้นเรื่อย ๆ : คิดดูสิคะว่าองค์กรของท่านมีพนักงานกี่คน และมีกี่คนที่คุณสมบัติใกล้เคียงไปเสียหมด แล้วคิดต่อไปว่า..ถ้านายจ้างเลือกที่จะเลิกจ้างใครสักคน ทำอย่างให้ให้ “คนนั้นไม่ใช่เรา” คำตอบคือ..คุณก็ต้องมีคุณสมบัติดี ๆ ที่คนอื่นไม่มี เช่น ภาษาอังกฤษดีกว่า มีความคล่องตัวมากกว่า ทำงานผิดพลาดน้อยกว่า มนุษยสัมพันธ์ดีกว่า ดังนั้นจงขวนขวายค่ะ  ขวนขวายไปอัพเลเวลความสามารถตัวเองอย่างสม่ำเสมอ เพราะแม้ที่ทำงานเก่าอาจจะไม่เห็นค่าและเลือกที่จะไปต่อโดยไม่มีเรา แต่เชื่อเถอะค่ะ..ว่าคุณสมบัติต่าง ๆ ที่เราเพียรศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมนั้น ก็จะทำให้เรา “ได้ไปต่อ” กับองค์กรใหม่ได้ไม่ยากเลยค่ะ
  3. มอง “ความเปลี่ยนแปลง” ในมุมบวก : อย่างที่เคยเกริ่นไปในบทความก่อนหน้านี้เลยค่ะ ทุกคนและทุกสิ่งจะเติบโตได้ก็ต้องมีความเปลี่ยนแปลงถูกไหมคะ  เราเองก็ผ่านการเปลี่ยนแปลงมาเยอะ เปลี่ยนโรงเรียน เปลี่ยนเพื่อนที่คบ เปลี่ยนงาน ทุกการเปลี่ยนแปลงทำให้เราได้เรียนรู้ทั้งสิ้น ครั้งนี้ก็เป็นแค่การเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น แต่ครั้งนี้เป็น “โอกาส” ให้เราได้เริ่มต้นสิ่งใหม่ที่ดี ๆ ค่ะ
  4. อย่าจับกลุ่มซุบซิบนินทาหรือพูดไม่ดีเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนั้น โดยเฉพาะกับลูกน้องหรือคนในออฟฟิส และในทางตรงข้ามให้พยายามพูดถึงการเปลี่ยนแปลงในมุมบวกเข้าไว้ เชื่อสิคะ..ว่าการทำแบบนี้จะทำให้คุณโดดเด่นและเป็นที่รักของทุกคนที่ร่วมประสบการณ์การเปลี่ยนแปลงนั้นเช่นเดียวกับคุณ  เพราะเป็นสิ่งที่น้อยคนจะทำได้ค่ะ
  5. ทำแผนรับการเปลี่ยนแปลงนั้นและแบ่งมันออกเป็นงานย่อย ๆ ให้มากที่สุด เช่น ถ้าคุณต้องเปลี่ยนงาน  ก็ตั้งเป้าหมายใหม่เลยว่าคุณจะทำอย่างไรต่อไปดี สมมติว่าเป้าหมายใหม่ของคุณคือ คุณอยากเปิดร้านขายของออนไลน์  คุณก็จงแยกมันออกมาเป็นงานเล็ก ๆ แล้วค่อยๆ ทำไปทีละเสต็ป  ในที่นี้เสต็ปแรกอาจจะเป็น “การเปิดเพจ” ก็จงทำให้เสร็จภายใน 3 วันนี้  เสต็ปต่อไปคือ คิดหาของมาขาย  ทำให้เสร็จภายใน 2 สัปดาห์  เสต็ปต่อไปจดทะเบียนร้านค้า  ทำภายใน 1 สัปดาห์  อย่างนี้เป็นต้นค่ะ  การทำสิ่งเล็ก ๆ ให้สำเร็จไปทีละอย่าง ๆ เป็นเทคนิคที่ทำให้คุณมีกำลังใจทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ต่อไปค่ะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะเทคนิคเหล่านี้น่าจะมีประโยชน์กับท่าน โดยเฉพาะสมาชิกที่กำลังจะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และหากสมาชิกท่านใดมีคนใกล้ตัวกำลังตกใจหรือทุกข์กับความเปลี่ยนแปลงในชีวิตของเรา   BalloonArtToGo ขอแนะนำให้ท่านมอบลูกโป่งแฟนซี และลูกโป่งตัวอักษรเป็นกำลังใจค่ะ  รับรองว่า..ต้องมีรอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าของเขาอย่างแน่นอนค่ะ