ลูกน้องไม่ได้ดั่งใจ..ทำไงดีคะบอส

 

สวัสดีเหล่าสมาชิก BallonArtToGo ทุกท่านค่ะ  วันแรงงานใกล้เข้ามาอย่างนี้   BallonArtToGo ก็บิสซี่สุด ๆ เช่นกันจากลูกค้าที่เข้ามาติดต่อเพื่อให้ร้านลูกโป่งของเราไปทำซุ้มลูกโป่ง และจัดลูกโป่งให้ในวันแรงงาน  บทความที่แล้วแอดมินเขียนถึงคุณลูกน้องทั้งหลาย ที่ต่างก็มีเจ้านายให้ต้องบริหาร  บทความนี้จึงขอไม่เอียงข้าง .. โดยการเขียนถึงคุณเจ้านายทุกท่านบ้างค่ะ  ว่าในกรณีที่ลูกน้องอาจจะ “ไม่เป็นดั่งใจ”  นายใหญ่อย่างเราจะมีวิธีการจัดการอย่างไร  ตามไปฟังกันค่ะ

ก่อนอื่นเราต้องทราบก่อนว่า  ลูกน้องที่ “ไม่ได้ดั่งใจ” นั้น  แบ่งเป็น 2 แบบนะคะ

1 ทำความผิดที่ไม่ร้ายแรงมาก ไม่ได้ผิดกฎระเบียบของบริษัท หรือผิดก็ไม่มาก  ปล่อยไว้ก็ได้  .. แต่ถ้าปล่อยนานไปอาจจะทำให้บรรยากาศของการทำงานอึดอัด หรือเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี  ยกตัวอย่างที่เห็นกันบ่อย ๆ เช่น นิสัยส่วนตัวของพนักงานบางคนที่อาจจะช่างซุบซิบนินทา จับกลุ่มเม้าส์คนโน้นคนนี้ไปเรื่อย  หรือบางคนก็ไม่รักษาเวลา มาสายเป็นประจำ แต่ไม่ได้สายมากจนน่าเกลียด  5 นาที 10 นาที  แต่ก็สายมันได้ทุกวัน

2 ทำความผิดที่ร้ายแรง เรียกว่าถึงขั้นผิดกฎระเบียบขอบบริษัท ปล่อยไว้จะเป็นตัวอย่างที่ไม่ดี หากไม่เตือนแล้วพนักงานทำอีก อาจเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือชีวิตได้

ทีนี้มาดูกันค่ะว่า  #วิธีการจัดการกับพนักงานทั้ง 2 แบบนี้ มีแนวทางต่างกันอย่างไร

#ความผิดประเภทแรก  สิ่งที่บอสต้องทำคือ “ให้คำปรึกษา” หรือ “จัดพี่เลี้ยง” หรือ จัดให้เข้าฝึกอบรมค่ะ  พนักงานกลุ่มนี้ปกติมีพื้นฐานที่ดีอยู่มาก  เพียงแต่มีนิสัยบางอย่างที่ต้องปรับปรุงเท่านั้น  ซึ่งนิสัยที่ว่านี้..บางทีเขาอาจจะไม่รู้ตัวก็ได้นะคะว่ามันทำให้ที่ทำงานเดือดร้อนหรือไม่สบายใจ  ลองเปิดอกพูดคุยกันดี ๆ  พูดแต่ข้อเท็จจริง  ไม่ใช้อารมณ์ ไม่วิพากษ์วิจารณ์โดยใช้อารมณ์ส่วนตัว   จัดพนักงานอาวุโสมาเป็นต้นแบบหรือเป็นพี่เลี้ยงให้   วีธีการนี้ละมุนละม่อมค่ะ แต่บอสเองก็ต้องเตรียมใจว่า พนักงานเขาเปลี่ยนได้แน่ ๆ  แต่ต้องให้เวลาเขาหน่อยนะคะ  และเมื่อเขาเปลี่ยนได้แล้ว เราจะได้พนักงานนิสัยดี ๆ คนหนึ่งกลับมาทีเดียว  แถมเค้าอาจจะรักองค์กร รักบอสมากกว่าเดิมก็ได้นะคะ

#ส่วนความผิดประเภทหลังนี่..ร้ายแรงถึงชีวิตและทรัพย์สิน  ควรจะลงโทษกันล่ะค่ะ ซึ่งจะลงโทษขั้นไหนก็ขึ้นอยู่กับกฎระเบียบขององค์กร   ก่อนลงโทษก็ควรมีการสืบสวนสอบสวนให้แน่ใจเสียก่อน ให้พนักงานตระหนักว่าเขาได้ทำผิดจริง และยอมรับการลงโทษนั้นด้วยความเข้าใจ  แบบนี้แล้ว..การลงโทษก็จะเป็นการดีกับทั้งตัวพนักงานเองที่จะหลาบจำและไม่ทำผิดซ้ำ  อีกทั้งยังเป็นตัวอย่างให้แก่พนักงานคนอื่นด้วย

เป็นอย่างไรคะ .. เรื่องกฎระเบียบที่หลายคนกลัว  อ่านแล้วก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ใช่ไหมคะ  บ้านมีกฎบ้าน เมืองมีกฎหมายแหล่ะเนอะ   BallonArtToGo ก็ขอเป็นกำลังใจให้คนทำงานทุกท่านนะคะ  ใครที่เป็นเจ้านายก็ขอให้ได้ลูกน้องที่ขยันเรียนรู้ ขยันทำงาน  ใครที่เป็นลูกน้องก็ขอให้ตั้งใจทำงานและพัฒนาตนเองอยู่เสมอนะคะ  และหากที่ออฟฟิศจะจัดงานรื่นเริงเมื่อไหร่  ก็อย่าลืมนึกถึงร้านลูกโป่งที่ชื่อ BallonArtToGo  ให้ไปสร้างบรรยากาศแห่งความสุขให้ทุกสำนักงานนะคะ

 

#BalloonArt #MagicTank #HappinessAmbassador #BalloonArtToGo #Call021361234

ทำงานอย่างไรให้เครียดน้อย

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  วันเวลาช่างผ่านไปอย่างรวดเร็วนะคะ  เผลอแป๊บเดียวก็จะเข้าครึ่งปีแล้ว  มีอะไรที่เรายังไม่ได้ทำอีกตั้งมากมายเนอะ  แต่สำหรับชาว BalloonArtToGo  ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปสักแค่ไหน ปณิธานของเราก็ยังไม่เปลี่ยนแปลงค่ะ  เรายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นร้านลูกโป่งในใจของคุณ และเป็นร้านแรกที่คุณจะนึกถึงเมื่อมองหาลูกโป่งแฟนซี ลูกโป่งฟอยล์ หรือแม้แต่ซุ้มลูกโป่ง ลูกโป่งงานแต่งงานต่าง ๆ

 

งานเราก็เยอะ งานของท่านก็คงจะแยะพอกัน  ทำงานแบบนี้ความเครียดก็อาจจะถามหาได้นะคะ  วันนี้.. BalloonArtToGo ก็เลยมี 5 วิธีง่ายๆ ในการจัดการความเครียดมาฝากกันค่ะ  เป็นอย่างไรไปดูเลย

 

#มองหาสาเหตุของความเครียด ซึ่งแน่นอนว่า มาจากสาเหตุที่หลากหลาย ทั้งเรื่องงาน ทั้งเรื่องส่วนตัว BalloonArtToGo แนะนำให้ท่านลองเขียนต้นเหตุของความเครียดออกมาบนกระดาษ จากนั้นแบ่งต้นเหตุออกเป็น 2 กลุ่มคือกลุ่มต้นเหตุที่ท่านควบคุมได้ และกลุ่มต้นเหตุที่ท่านควบคุมไม่ได้ ท่านก็จะเห็นอย่างชัดเจนว่าสาเหตุของความเครียดที่ท่านคุมไม่ได้นั้น จะคิดมากไปก็คงไม่มีประโยชน์ ดังนั้นความเครียดกลุ่มนี้อย่าเก็บมาใส่ใจ แค่ทำปัจจุบันขณะให้ดีที่สุดเท่านั้นก็พอค่ะ

 

สำหรับต้นเหตุของความเครียดที่เราพอจะควบคุมได้ ก็ให้ลองมาถามตัวเองว่า..เราพอจะทำอะไรให้สถานการณ์ดีขึ้นได้บ้าง แล้วก็ลงมือทำเสีย ดีกว่ามานั่งกังวล มโน หรือวิตกจริตไปวันๆค่ะ เสียพลังงานเปล่าๆ

 

#หลีกเลี่ยงและอย่าเอาตัวเองลงไปอยู่ในสถานการณ์ที่มีพลังลบ ยกตัวอย่างเช่น ท่านเข้ามาที่ออฟฟิศตอนเช้า แล้วเห็นเพื่อนร่วมงานกำลังพูดจาใส่อารมณ์หรือพูดเรื่องลบๆ กันอยู่ ท่านอาจจะเลือกเดินไปที่อื่นก่อนรอให้พวกเขาไปแล้ว หรือเปลี่ยนเรื่องพูดแล้วท่านค่อยเดินกลับมา พยายามอยากเอาตัวเข้าไปคลุกคลีในบทสนทนาที่จะส่งพลังลบให้กับตัวเรา  เชื่อ BalloonArtToGo นะคะ เมื่อท่านหลีกเลี่ยงพลังแห่งความเครียด ท่านก็จะดึงดูดสิ่งที่เป็นพลังบวกเข้าหาตัวท่านเองโดยอัตโนมัติค่ะ

 

#อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง ฟันธงได้เลยว่าเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ของสาเหตุความเครียด มาจากการทำงานไม่ทัน และฟันธงได้ต่อไปว่าสาเหตุที่เราทำงานไม่ทันเพราะเรามัวเอาเวลาอันมีค่า ไปเล่นโซเชียลมีเดียหรือเสพสื่อไร้สาระบนอินเตอร์เน็ต เมื่อเราเอาเวลาไปทำสิ่งเหล่านี้…งานก็เสร็จไม่ทัน ต้องมาเร่งทำตอนใกล้จะถึงเวลาส่ง เป็นต้นเหตุหลักของความเครียด  ข้อแนะนำก็คือ จัดเวลาการใช้โซเชียลมีเดียและอินเตอร์เน็ตให้เหมาะสม บริหารเวลาให้ดี รู้จักจัดลำดับความสำคัญ เมื่องานเสร็จทันเวลาเชื่อสิคะว่าท่านจะมีความสุขมากๆจนบอกไม่ถูกเลยทีเดียว และเมื่องานเสร็จแล้วค่อยเอาเวลาที่เหลือไปเล่นโซเชียลมีเดียก็ยังทันค่ะ

 

#ไม่เข้าร่วมกันนินทาไม่ว่ากรณีใดๆ  หลายคนจะเถียงว่ามันตั้งวงเมามอยนั้นสนุกดีออก หัวเราะกันเอิ๊กอ๊าก ไม่เห็นจะเครียดตรงไหนเลย แต่ผลการวิจัยออกมาแล้วนะคะว่า จิตใต้สํานึกลึกๆ เรารู้ว่าการนินทาเป็นสิ่งไม่ดี ไม่ควรทำ และไม่ถูกต้อง ระหว่างนินทาใจของเราเอาเครียดโดยไม่รู้ตัวค่ะ ดังนั้นคงดีกว่าหากเราเลือกที่จะพูดถึงคนอื่นแต่ในแง่ดีนะคะ

 

#สร้างความสมดุลระหว่างเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า  work Life balance เมื่ออยู่ที่ทำงานก็จงทำงานให้เต็มที่โดยไม่เอาเวลาไปทำหรือคิดเรื่องส่วนตัว แต่เมื่อกลับมาบ้านอยู่กับครอบครัวแล้วก็อย่าเอาโลกภายนอกเข้ามาในบ้านด้วย จงให้ความสนใจทั้งหมดไปกับสมาชิกในครอบครัว พยายามอย่าให้บ้านของเราเป็นสังคมก้มหน้า  5 จงให้ความสำคัญกับคนจริงๆอ้ายที่มีชีวิตจิตใจ มีเลือดเนื้อ มีลมหายใจที่อยู่ตรงหน้าเราจะดีกว่าค่ะ เพราะในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จริงยิ่งกว่าของจริงนะคะ

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ เคล็ดลับจัดการกับความเครียดที่ BalloonArtToGo นำมาฝาก และยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลดีมากๆ ทำก็ง่ายด้วย คือการแวะเข้ามาเลือกชมลูกโป่งลวดลายและสีสันน่ารักโดนใจ การันตีได้เลยว่า…เข้ามาที่ BalloonArtToGo แล้ว จะต้องมีรอยยิ้มฉาบอยู่บนใบหน้าแน่นอนค่ะ เพราะการสร้างความสุขให้กับทุกคนบนโลกนี้ด้วยลูกโป่ง คืองานของ BalloonArtToGo ค่ะ

#BalloonArt #MagicTank #HappinessAmbassador #BalloonArtToGo #Call021361234 _

 

ที่ทำงานแห่งความสุข

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ อันนี้อย่างที่บอกว่าเล่นซีรีย์เรื่องความสุขในที่ทำงานทิ้งท้ายก่อนที่ Admin จะบินลัดฟ้าไปไกลถึงนครชิคาโก เพื่อให้พระวิหารสูบลมได้ทำหน้าที่เป็นประตูต้อนรับผู้มาเยี่ยมพื้นที่ของประเทศไทยในงาน NRA  เราไปอย่างแสนมีความสุข เพราะเราทำงานในที่ทำงานแสนสุข จึงได้สร้างสรรงานดี ๆ ออกมาเพื่อคุณลูกค้าและประเทศไทย  เราลองมาดูกันนะคะว่า อะไรทำให้พนักงานมีความสุข

 

#การได้ทำงานที่เหมาะสมกับตัวเอง น่าแปลกใจนะคะ…สิ่งที่พนักงานพอใจสูงสุด ไม่ใช่เงินทองหรือสวัสดิการอะไรเลย  แต่เป็นเนื้องานที่เหมาะกับตนเองต่างหาก  มีงานวิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของพนักงานหลายครั้งในรอบ 40 กว่าปีที่ผ่านมานี้  และทุกครั้งผลออกมาคงเดิม คือ “เนื้องานที่เหมาะสม ทำให้พนักงานมีความสุข” ค่ะ  ดังนั้นก่อนมอบหมายให้พนักงานทำอะไร จงพิจารณาความรู้ความสามารถของพนักงานเสียก่อน  แล้ว put the right man on the right job ค่ะ

 

#งานที่ทำต้องยาก “นิดหน่อย” ยากนิดเดียวพอนะคะ  ถ้ายากมากไปพนักงานก็ท้อแท้  ถ้างานง่ายไปพนักงานก็จะเบื่อ  ถ้ามีงานสัก 10 งาน  ให้พนักงานทำได้ตามเป้าสัก 8 ครั้ง  อีก 2 ครั้งที่เหลือทำไม่ได้ตามเป้า เพราะเป้ามันสูงไปหรือยากเกินไป  แค่นี้ก็จะทำให้พนักงานรู้สึกสนุกกับงานได้แล้วล่ะค่ะ

#ให้พนักงานได้ออกความเห็น และความเห็นของเขาถูกรับฟัง : เราพูดเรื่องนี้มันมาประมาณ 3-4 บทความแล้วนะคะ และมันก็ยังคงเป็นจริงตามนั้น มนุษย์เป็นสัตว์สังคมที่อยากแสดงความคิดเห็น ดังนั้นหากเขาสามารถออกเสียง ให้ข้อเสนอแนะได้ มนุษย์จะรู้สึกมีความสุขมาก  ยิ่งถ้าข้อเสนอแนะนั้นถูกนำไปทำให้เป็นรูปธรรม เขาก็จะยิ่งภูมิใจในตัวเองค่ะ

#ผลักดันให้พนักงานสุขภาพดี สร้างแรงบันดาลใจให้พนักงานดูแลสุขภาพตัวเอง  ตอนนี้หลายที่ทำแล้ว..เพราะพบว่าสุขภาพมีผลต่อความสุขในที่ทำงานจริง ๆ  หลายที่ติดเครื่องนับก้าวให้พนักงานเลย และใครที่เดินได้จำนวนก้าวสูงที่สุดได้เงินรางวัลทุกเดือนค่ะ  และถ้ามีอาหารเป็นสวัสดิการให้พนักงานก็ควรเป็นอาหารสุขภาพด้วยก็จะยิ่งทำให้พนักงานมีความสุขค่ะ

#สื่อสารเป้าหมายขององค์กรกับพนักงานบ่อย ๆ เช่นถ้าธุรกิจของคุณเป็นธุรกิจบริการ ก็ให้เน้นย้ำให้พนักงานให้ความสำคัญกับคุณภาพการบริการให้มาก พนักงานคนใดบริการได้ดีหรือได้รับคำชมจากลูกค้าก็ได้รับคำชื่นชมจากผู้บริหาร พนักงานที่รับเข้ามาทำงานใหม่ก็ควรมีความโดดเด่นด้านจิตบริการ  พนักงานจะได้มีเป้าหมายการทำงานที่แน่นอนค่ะ

#กิจกรรม กิจกรรม และกิจกรรม กระตุ้นให้พนักงานรวมตัวกันทำกิจกรรมที่เน้นปฏิสัมพันธ์แบบซึ่งหน้าให้มาก ๆ (งดพวกกิจกรรมออนไลน์ที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กันจริง ๆ)  กิจกรรมเหล่านั้นเช่น กีฬา ศิลปะประดิษฐ์ ทำอาหาร เกษตรฯ  โรงแรมหนึ่งที่แอดมินรู้จัก  ถึงกับมีแคมเปญว่า พนักงานที่รวมตัวกันทำกิจกรรมตั้งแต่ 8 คนขึ้นไป  โรงแรมมีเบี้ยเลี้ยงให้ไปจัดกิจกรรมกลุ่มถึง 5,000 บาท เลยทีเดียว  พนักงานกลุ่มนี้จึงนำเงินเชิญครูมาสอนทำลูกชุบกันค่ะ  บันเทิงเริงใจ .. บางคนทำได้ดีถึงกับมีรายได้เสริมกันเลยทีเดียวนะคะ

FB_IMG_1517181205625

แหมๆๆๆ  แค่ฟังนี่ยังรู้สึกมีความสุขเลยนะคะ  เขียนไปก็อดจะอมยิ้มไม่ได้  เพราะถ้าเราทำงานอยู่ในองค์กรที่มีความสุข ผลงานและประสิทธิภาพก็จะออกมาดีแน่นอน  และที่สำคัญ … อย่าลืมสร้างบรรยากาศแห่งความสุขโดยการประดับลูกโป่งในที่ทำงาน ขอแนะนำลูกโป่งแฟนซีหรือลูกโป่งฟอยล์ที่สกรีนข้อความให้กำลังใจ รับรองความสดใสพรุ่งปรี๊ดเลยค่ะ

#BalloonArtMakeWow

#BalloonArtToGoMagicTank

#HappinessAmbassador

#BalloonArtToGoCall021361234 _

ทำงานให้มีความสุขกันดีกว่า

หลายบทความที่ผ่านมา BalloonArtToGo ก็ได้นำเคล็ดลับเกี่ยวกับการทำงานมาฝากกัน และดีใจที่เหล่าสมาชิกชื่นชอบค่ะ สัปดาห์นี้ BalloonArtToGo จึงมีเคล็ดลับง่ายๆในการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวกมาฝากกันค่ะ กระซิบว่าเหมาะมาก สมาชิกที่เป็นหัวหน้างานนะคะ

 

  1. หัวไม่ขยับหางไม่ส่าย – เป็นความจริงที่ว่าหากเราอยากจะสร้างความเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามในที่ทำงาน คนแรกที่ต้องเริ่มเปลี่ยนคือหัวหน้างานนั้นเองค่ะ ดังนั้น…จงทำให้ลูกน้องดูเป็นตัวอย่าง เช่น อยากสร้างวัฒนธรรมการมาทำงานตรงเวลา หัวหน้าก็ต้องมาตรงเวลาเสียก่อน อยากให้ลูกน้องเลิกใส่รองเท้าแตะระหว่างทำงาน หัวหน้าก็ต้องใส่รองเท้าคัทชูหุ้มส้นรัดส้นให้เรียบร้อยด้วย เป็นการส่งสัญญาณบอกทุกคนในแผนกว่า การแปลงนี้จริงจังนะ..ดูสิ..แม้แต่หัวหน้ายังทำเลย
  2. พูดคุยกันให้บ่อย – พลังบวกจะสร้างขึ้นไม่ได้ถ้าสมาชิกไม่คุยกันหรือคุยน้อย คำว่าคุยในที่นี้ไม่รวมการคุยใน LINE หรือแอพพลิเคชั่นต่างๆนะคะ แต่มันหมายถึงการคุยกันแบบเห็นหน้า ดังนั้นการประชุมที่สม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการสร้างวัฒนธรรมทำงานเชิงบวกค่ะ ความถี่ที่เหมาะสมคือสัปดาห์ละครั้ง จงทำให้การประชุมมีคุณค่า ไม่เสียเวลาประชุมไปโดยเปล่าประโยชน์ เคล็ดลับก็คือควรมีวาระการประชุมไว้ก่อนล่วงหน้า ทำให้เรารู้ว่าจะคุยเรื่องอะไรกันบ้าง และคุยอยู่ในกรอบแถวนั้น ไม่ออกทะเลจนหาทางกลับไม่ได้ จะเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์นะคะ
  3. คุยอะไรในการประชุม – คุณก็ควรหารือทุกอย่างตามวาระการประชุมที่วางไว้  แต่เมื่อหมดวาระแล้ว หัวหน้าควรตั้งคำถามว่า “ใครมีข้อเสนออะไรเพื่อปรับปรุงงานตรงไหนของเราให้ดีขึ้นได้บ้าง”  คุณควรรับฟังแล้วนำไอเดียเหล่านั้นไปทำให้เป็นจริงบ่อย ๆ เพราะมิฉะนั้นลูกน้องจะคิดว่า  “เสนอไปหัวหน้าก็ไม่เห็นทำเลย  จะเสนอไปทำไม”   จริงอยู่เราคงทำทุกข้อเสนอไม่ได้ เพราะอาจติดขัดเรื่องทรัพยากร  แต่หัวหน้าควรรับฟังทุกไอเดีย บางไอเดียทำไม่ได้ทั้งหมด แต่หยิบบางส่วนของไอเดียเอาไปทำก็ทำให้เจ้าของไอเดียชื่นใจแล้วล่ะค่ะ
  4. ให้ข้อมูลป้อนกลับ เชื่อไหมคะว่าสิ่งที่ลูกน้องอยากได้จากหัวหน้ามากที่สุด  คือข้อมูลป้อนกลับ หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า feedback นั่นเองค่ะ ลูกน้องอยากรู้ว่า ว่าเราทำอะไรดีแล้วบ้าง และเราควรจะปรับปรุงตัวตรงไหนบ้าง หัวหน้าควรเรียนรู้ที่จะให้ feedback ในทางบวกกับลูกน้องแต่ละคนเป็นประจำ เชื่อได้เลยค่ะว่า .. ลูกน้องจะรู้สึกอบอุ่นใจ เพราะเขารู้ว่าหัวหน้าคอยมองผลงานของเขาอยู่เสมอ
  5. เอ่ยชมอย่างจริงใจ – เชื่อหรือไม่คำว่าจริงๆแล้วลูกน้องไม่ได้ต้องการเงินเดือนขึ้นตอนปลายปีมากไปกว่าคำชมเลยนะคะ แถมคำชมยังเป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่ต้องใช้เงินหรือทรัพยากรใดๆทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ทำได้ง่ายนี้ .. กลับเป็นสิ่งที่หัวหน้างานละเลยหรือไม่เคยทำเลยก็เป็นได้ แต่ยังไม่สายเกินไปที่เราจะลุกขึ้นมาชื่นชมลูกน้องกันบ้างนะคะ พนักงานที่เป็นเพื่อนกันก็สามารถเอ่ยชมกันได้นะคะ เพราะคำชมคือกำลังใจที่จะทำให้คนลุกขึ้นสู้ได้อย่างดีที่สุด

 

เป็นอย่างไรบ้างคะ วิธีการสร้างวัฒนธรรมการทำงานเชิงบวกที่ BalloonArtToGo นำมาฝากในวันนี้ ลองทำดูแล้วจะรู้ว่า พลังบวกเป็นโรคติดต่อนะคะ มันสามารถส่งถึงกันได้เชื่อเลยทีเดียว และอีกหนึ่งในเคล็ดไม่ลับการสร้างความสุขก็คือ  ออฟฟิศของคุณควรมีลูกโป่งสวยๆ สีสันสวยงาม หรือลูกโป่งแฟนซีสกรีนคำพูดเด็ดๆโดนๆ คำพูดให้กำลังใจเอาไว้ จะช่วยให้ทุกคนรักที่ทำงานและอยากมาทำงานทุกวันทีเดียวเชียวค่ะ ขอบอก

#BalloonArt

#MagicTank

#HappinessAmbassador

#BalloonArtToGo

#Call021361234

__________________

ทำอย่างไรให้เครียดน้อย

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  ทำงานกันมาครึ่งปีแล้ว เชื่อว่าที่ผ่านมาหลายคนตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เรียกว่า “ความเครียด” กันมาบ้างไม่มากก็น้อยใช่ไหมคะ  เราชาว BalloonArtToGo เข้าใจทุกคนนะคะ เพราะคนทำลูกโป่งอย่างเรา แม้จะทำงานที่สายงาม มีความสุข สนุกสนาน  แต่หากเงื่อนไขต่าง ๆ ค่อนข้างบีบคั้น ความเครียดก็ถามหากันได้ทุกคนนะคะ  เอาล่ะค่ะ..อย่ารอช้าเลย วันนี้เรามีเทคนิคทำอย่างไรให้เครียดน้อยมาฝากกันค่ะ

 

  1. นอนให้พอ : เรื่องนี้เหมือนจะเบสิกมาก  แต่เชื่อไหมคะว่าเป็นสาเหตุใหญ่ที่ทำให้คนเครียดมากกว่าที่ควรจะเป็นค่ะ  ร่างกายของคนเราต้องการเวลานอนวันละ 6 ชม.เป็นอย่างน้อย  และควรนอนในช่วงเวลาไม่เกิน 4 ทุ่ม  สมองจะได้รับการพักผ่อนเต็มที่ ก็จะมีพลังที่จะทำงานในวันต่อไป  การนอนหลับให้สนิทและเพียงพอจึงสำคัญมากค่ะ  แต่ปัจจุบันคนเรามักนอนดึกและตื่นเช้า  นั่นแหล่ะค่ะ..สาเหตุของความเครียด  พอสมองพักผ่อนไม่พอก็จะส่งผลให้เราหงุดหงิดอย่างหาสาเหตุไม่ได้ จะคิดจะทำอะไรก็ช้าไปหมด  รู้อย่างนี้แล้ว คืนต่อไปพยายามเข้านอนตามเวลา และวางมือถือให้ห่างไกลจากหัวเตียงของเรานะคะ
  2. เมื่อรู้สึกเครียดให้พักเบรค เคยมั้ยคะ..บางทีคิดแก้ปัญหาแทบตายก็คิดไม่ออก  พอวางมือแล้วออกไปเดินเล่น..กลับคิดออกซะงั้น  นั่นเป็นเพราะกายและใจของเราต้องการพักค่ะ  เมื่อรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว ให้เปลี่ยนอิริยาบท เคลื่อนไหว ออกไปสูดอากาศ ออกไปเดินยืดเส้นยืดสายนอกออฟฟิศบ้าง  เมื่อเลือดได้หมุนเวียน มันก็จะไปเลี้ยงสมองได้ดี ความคิดความอ่านก็แล่นฉิว ความลับอยู่แค่นี้เองค่ะ
  3. จัดโต๊ะทำงานให้เรียบร้อย : หลายคนสงสัยทันทีว่ามันเกี่ยวอะไรกันด้วย เกี่ยวสิคะ..เกี่ยวมาก ๆ เสียด้วย เพราะ “สะอาดนอก ส่งผลต่อ สงบใน” นะคะ  การที่สิ่งแวดล้อมรอบตัวเราสะอาดเป็นระเบียบ ทำให้จิตใจข้างในของเราสะอาดเรียบร้อยและสงบด้วยเช่นกันค่ะ  ไม่เชื่อก็ลองเลยค่ะ..หาเวลาสัก 15 นาที จัดโต๊ะทำงานให้สะอาดเป็นระเบียบเลยค่ะ  แอดมินการันตีเลยว่า ความเครียดจะลดลงทันทีและความสุขจะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลยค่ะ
  4. บริหารเวลา จากบทความที่แล้วเราแนะนำให้ท่านเขียนเป้าหมายของแต่ละวันและวางแผนงานที่ต้องทำ  การบริหารเวลาคือการกำหนดลงไปเลยว่า งานไหนจะทำเมื่อไหร่ จากนั้นก็ทำตามแผนที่ตั้งไว้ แค่นี้ชีวิตก็ไหลลื่นแล้วค่ะ
  5. หายใจ หายใจ และหายใจ เครื่องมือลดความเครียดนี้อยู่กับเราตลอดเวลา แต่เสียดายที่หลายคนมองข้ามมันไป  วันนี้รู้แล้วนะคะ ว่าลมหายใจมีค่าแค่ไหน ดังนั้นต่อไปนี้จงจำไว้ว่า “พยายามหาเวลาหายใจลึก ๆ ยาว ๆ เสมอ เมื่อมีโอกาส”  เวลาคนเราเครียดจะหายใจตื้นและถี่ ดังนั้นถ้าอยากหายเครียดก็ทำตรงข้ามสิคะ  หายใจลึก ๆ ยาวๆ เข้าไว้  ง่ายดีออกค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ  เห็นมั้ยล่ะ..แอดมินการันตีแล้วว่าทำไม่ยาก โดยเฉพาะเรื่อง “หายใจ” เครื่องมือแสนง่ายที่ทำได้ทุกที่ทุกเวลา  แอดมินเองก็เห็นจะต้องลองทำบ่อย ๆ เสียแล้วค่ะ  และอย่าลืมนะคะ…ถ้าเพื่อนพ้องพี่น้อง หรือคนรอบตัวท่านเครียด ขอให้นึกถึงลูกโป่งสวย ๆ สีสันสดใสจาก BalloonArtToGo เลยนะคะ  สั่งลูกโป่งฟอยล์หรือลูกโป่งตัวอักษรมอบให้เขาเป็นของขวัญ  รับรองด้วยเกียรติของลูกเสือเลยว่า ความเครียดของเขาจะหายไป รอยยิ้มสดใสจะเข้ามาแทน แน่นอนค่ะ

วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (2)

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  อย่างที่แอดมินได้นำข้อคิดดี ๆ เรื่องการสร้างแรงบันดาลใจมาฝากเมื่อบทความที่แล้ว  โดยมีต้นความคิดมาจากการที่ BalloonArtToGo ได้มีโอกาสไปสร้างสรรความสุขให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นซุ้มลูกโป่ง ลูกโป่งตัวอักษร ลูกโป่งแฟนซี หรือลูกโป่งจัดงานต่าง ๆ  ทำงานไปความเหนื่อยและท้อแท้ย่อมมีบ้าง  อะไรทำให้พนักงานทุกคนใน BalloonArtToGo ฮึดสู้กันมาได้  เรามาดูกันต่อเลยนะคะ

 

  1. เลิกเอาคำพูดคนอื่นมาเป็นพระเจ้าของคุณ หนึ่งในตัวตัดกำลังใจที่สำคัญคือ “คำพูดทางลบของคนอื่น” นั่นเองค่ะ  เวลาได้ยินก็ให้วางใจว่า ที่เขาพูดไปอย่างนั้นเพราะเขาไม่รู้สถานการณ์ ไม่รู้ความสามารถของคุณ เขาอาจจะพูดไปด้วยความเป็นห่วงก็ได้ จำไว้เสมอว่าตัวคุณรู้สถานการณ์และความสามารถของตัวเองดีที่สุด คงพูดของคนอื่นเป็นเพียง “สายลมที่หวังดี” เท่านั้นค่ะ
  2. ลงมือทำเดี๋ยวนี้ เพราะการผลัดวันประกันพรุ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความไม่มั่นใจหรือไม่มั่นคงในเป้าหมาย  ดังนั้นจงหายจาก “โรคเลื่อน” ได้และลงมือทำทันทีค่ะ
  3. คุณเป็นเจ้าของจิตวิญญาณที่ไร้ลิมิต ใช่แล้วค่ะ..จิตใจของคนนั้นมีพลังงานมหาศาล จิตของคุณก็เช่นกัน..มันสามารถบันดาลหลายสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้  จงอย่าใช้ร่างกายเป็นกรงขังศักยภาพนั้น แต่จงใช้ร่างกายคุณเป็นเครื่องมือที่จะใช้พลังของจิตใจ ไปทำงานให้สำเร็จค่ะ
  4. รักษาสุขภาพให้แข็งแรง จิตใจที่แข้มแข็งอยู่ในร่างกายที่แข็งแรงค่ะ ดังนั้นท่านต้องออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอนะคะ  คิดดูสิว่าหากเรากำลังท้อแท้แล้วเกิดป่วยขึ้นมาอีก โลกจะหดหู่แค่ไหนคิดดู!
  5. ช่วยเหลือผู้อื่น วิธีการสร้างพลังให้ตัวเองที่เห็นผลเร็วที่สุดคือการทำเพื่อคนอื่นค่ะ ดีที่สุดคือการไปทำจิตอาสา เมื่อท่านได้เป็นฝ่าย “ให้” ท่านจะได้รับพลังบวกจากการให้นั้น รอยยิ้มของผู้รับ ผลงานที่ท่านมีส่วนร่วมทำจนสำเร็จคือแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ ท่านจะรู้สึกได้ถึงคุณค่าของตัวเอง จงเก็บเกี่ยวพลังนั้นกลับมาใช้ในงานค่ะ
  6. ฉลองกับความสำเร็จเล็กๆ :  อย่ารอให้งานชิ้นใหญ่เสร็จเรียบร้อยแล้วจึงฉลอง เพราะคุณอาจจะต้องรอนานเกินไปค่ะ  แบ่งโปรเจ็คใหญ่ออกเป็นงานย่อย ๆ และเมื่องานย่อยแต่ละชิ้นเสร็จลงไป  ให้คุณหยุด..และชื่นชมกับความสำเร็จนั้น  แล้วดำเนินการขั้นต่อไป  นี่เป็นเคล็ดลับของคนที่ทำงานใหญ่สำเร็จค่ะ  เมื่อวางแผนภาพใหญ่เสร็จแล้ว เมื่อเริ่มลงมือทำ..เขาจะมองงานเล็ก ๆ ระหว่างทาง แล้วค่อย ๆ ทำมันให้สำเร็จทีละงาน ๆ  วิธีนี้ทำให้เรารู้สึกว่า งานไม่ได้ยากเกินไป และเราก็ทำสำเร็จมาแล้วมากมาย  เป็นแรงบันดาลใจให้ทำงานต่อค่ะ
  7. ตัดสินใจว่าท่านจะเป็น “ผู้ชนะที่มีความสุข” ข้อนี้สำคัญกว่าสิ่งอื่นค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ เคล็ดลับแบบเต็ม ๆ ถึง 12 ข้อ  บอกเลยว่าพวกเราชาว BalloonArtToGo ใช้มาแล้วทุกข้อและพบว่าได้ผลดีจึงนำมาบอกต่อนะคะ ใครนำไปใช้แล้วได้ผลอย่างไรก็อย่าลืมกลับมาบอกกันบ้าง  แต่สำหรับใครที่พบคนท้อแท้หมดกำลังใจ และอยากจะส่งรอยยิ้มถึงพวกเขา  จงอย่าลังเลที่จะเข้ามาหาซื้อลูกโป่งฟอยล์ ลูกโป่งตัวอักษร หรือลูกโป่งแฟนซีสวย ๆ จาก BalloonArtToGo นะคะ  รับรองผู้รับเห็นแล้วจะมีกำลังใจขึ้นเป็นกองเชียวค่ะ  ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะคะ สวัสดีค่ะ

วิธีการสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเอง (1)

หลักการฮึดขึ้นสู้

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ  อย่างที่แอดมินเกริ่นมาหลายสัปดาห์แล้วว่า วันเวลาผ่านไปเร็วจริง ๆ เผลอแป๊บเดียวก็เข้ามาครึ่งปี  และเผลอแป๊บเดียวเดือนมิถุนายนก็กำลังจะผ่านไป   BalloonArtToGo เอง…มองกลับตั้งแต่ต้นปีมา เราก็เห็นการเดินทางของลูกโป่งหลายล้านลูกที่เราได้มีโอกาสไปสร้างสรรความสุขให้ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นซุ้มลูกโป่ง ลูกโป่งตัวอักษร ลูกโป่งแฟนซี หรือลูกโป่งจัดงานต่าง ๆ  งานแต่ละงานมีความยากง่ายของตัวเอง  แน่นอนว่า..เวลาเจองานยาก ๆ เราก็มีท้อกันบ้างเป็นธรรมดา แต่ด้วยหลักการบางอย่าง และความรักในลูกโป่งอย่างที่สุด  ทำให้พนักงานทุกคนใน BalloonArtToGo ฮึดสู้กันมาได้  หลักการเหล่านั้นมีอะไร วันนี้ BalloonArtToGo มีมาฝากเหล่าสมาชิกกันค่ะ

  1. ทุกอย่างเริ่มจากความคิด จงจำไว้นะคะว่า..คนเราจะเป็นตามที่ภาพที่เรามองเห็นตัวเอง  ถ้าท่านมีภาพในหัวตัวเองว่าท่านเป็นผู้แพ้ ท่านทำไม่ได้  ในที่สุดท่านก็จะท้อแท้และไม่มีวันทำอะไรสำเร็จ  ดังนั้นจงสร้างภาพตัวเองที่มีพลังบวก สู้ เข้มแข็ง เปี่ยมพลัง ยิ้มแย้มร่าเริง ขึ้นมาในหัวท่านเสมอ จะให้ดี..แนะนำให้หารูปตัวเองตอนที่ยิ้มแย้งแจ่มใสเต็มที่มาแปะไว้ที่โต๊ะทำงาน เมื่อไหร่ที่เริ่มท้อหรือหมดพลังก็ให้หันมาดูรูปนี้  แล้วบอกกับตัวเองว่า “ฉันร่าเริง ฉันสู้อุปสรรคทุกอย่างที่เข้ามาด้วยใจเข้มแข็ง ฉันมีพลัง ฉันทำได้”  หรือสรรหาคำพูดทางบวกอื่น ๆ มาคอยให้กำลังใจตัวเอง  ไม่ต้องไปคอยหาเชียร์ลีดเดอร์ทีไหน เพราะตัวท่านเองคือเชียร์ลีดเดอร์ที่ดีที่สุดให้กับตนเองค่ะ
  2. เขียนสิ่งที่ท่านอยากทำให้สำเร็จลงบนกระดาษ แล้วจินตนาการถึงความรู้สึกหากท่านทำสิ่งนั้นสำเร็จ  ในด้านจิตวิทยาแล้ว..คนเราอยากได้ความปรีดาเมื่องานสำเร็จ จงจินตนาการถึงความรู้สึกนั้นให้บ่อยๆ เมื่อท้อถอย แล้วท่านจะมีแรงบันดาลใจขึ้นอีกเยอะทีเดียวค่ะ
  3. ยอมรับว่า “แรงเสียดทาน” เป็นเรื่องธรรมดา การงานที่ยิ่งใหญ่และการพัฒนาตนเอง มีสิ่งที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งคือ แรงต้านนั่นเองค่ะ ทันทีที่เราตั้งใจจะทำสิ่งใดให้สำเร็จหรือยากพัฒนาตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น เราจะพบแรงต้านหรืออุปสรรคมากมายระหว่างทาง ดังนั้นจงเตรียมใจไว้ก่อน เมื่ออุปสรรคเข้ามาจริง ๆ ท่านจะได้ยิ้มรับแล้วบอกมันว่า “อ๋อ..มาแล้วเหรอจ้ะ  ยินดีต้อนรับ”  ท่านจะไม่โวยวาย ตีโพยตีพาย หรือทำปัญหานั้นให้ใหญ่เกินจริง เมื่อเรามีสติต้อนรับปัญหา เราก็จะเกิดปัญญา..มองเห็นทางแก้ได้ชัดเจนมากขึ้นค่ะ
  4. เอาชนะความกลัว : หนึ่งในตัวดูดแรงบันดาลใจคือความกลัวค่ะ  เมื่อเกิดความกลัวหรือกังวลขึ้นในใจ แนะนำให้ท่านเขียนความกลัวนั้นลงบนกระดาษ  แล้วเขียนเหตุผล 3 ข้อที่เราควรเอาชนะความกลัวนั้นให้ได้  อ่านเหตุผลสามข้อนั้นออกมาดัง ๆ  ทุกครั้งที่กลัวก็ให้กลับไปอ่านอีก  รับรองเราจะฮึดสู้ได้ไม่ยากค่ะ

แหม…ให้กำลังใจเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo มาแป๊บ ๆ หน้ากระดาษก็หมดเสียแล้ว นั่นเพราะแอดมินมีแรงบันดาลใจมากมายนั่นเองค่ะ และตอนนี้ก็คงต้องขอตัวไปจัดลูกโป่งให้ลูกค้าก่อนนะคะ  บทความหน้าเรามาต่อซีซั่น 2 กันด้วยเคล็ดลับสร้างแรงบันดาลใจดี ๆ ซึ่งยังมีมาให้อีกเพียบเลยค่ะ  ขอให้ทุกท่านมีความสุขนะคะ

 

Kai Poomjai Balloon Art

#MagicTank