คิดสร้างสรรค์ คิดให้สวย ด้วยพวกเราทุกคน

สวัสดีเหล่าสมาชิก BalloonArtToGo ทุกท่านค่ะ หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  แอดมินได้เอาเรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุดของเราชาว BalloonArtToGo มาฝาก นั่นคืองานชุดพระวิหารเป่าลมและยักษ์วัดพระแก้วแห่งแรกของประเทศไทยและของโลก เป็นงานที่เราชาว BalloonArtToGo ภาคภูมิใจเป็นอย่างมากค่ะ ต้องขอบคุณกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่จัดโครงการให้เราได้มาพัฒนาตัวเองและพัฒนาผลิตภัณฑ์ลูกโป่งให้ก้าวข้ามข้อจำกัดไปได้มากมาย ที่สำคัญ.. งานพระวิหารเป่าลมนี้กำลังจะได้ไปอวดโฉมที่นครชิคาโกในสัปดาห์หน้านี้แล้วค่ะ บรรยากาศเป็นอย่างไร  Adminจะเก็บภาพมาฝากสมาชิกกันนะคะ

แต่ในสัปดาห์นี้ ก็เป็นหัวข้อที่ต่อเนื่องจากงานพระวิหารสูบลมค่ะ มีสมาชิกสอบถามกันเข้ามาเยอะว่าทำอย่างไรทีมงานของ BalloonArtToGo จึงมี #ความคิดสร้างสรรค์ ได้มาก จนกระทั่งเกิดนวัตกรรมชิ้นแรกของโลกขึ้นมาได้แบบนี้ วันนี้ BalloonArtToGo  จึงขอมาเแบ่งปันเคล็ดลับที่ทำให้ทีมงานมีไอเดียกระฉูดได้ตลอดเวลามาฝากกันค่ะ  ออฟฟิสไหนเห็นว่าดี เอาไปลองทำกันเลยค่ะ  ทำแบบนี้นะคะ

#ไอเดียมาได้จากทุกคน : ผู้บริหารต้องเห็นว่า พนักงาน”ทุกคน” เป็นต้นกำเนิดไอเดียสุดบรรเจิดได้ทั้งสิ้น คือต้องไม่ผูกขาดหรือให้อำนาจคนแค่บางคนหรือบางกลุ่มเท่านั้นที่มีสิทธิ์เสนอไอเดีย หากทำเช่นนั้นเท่ากับเป็นการสร้าง “คอกขังไอเดีย” เลยทีเดียวค่ะ  อย่าลืมว่า..คนเดิม ๆ ก็มีไอเดียแบบเดิมๆ นะคะ  ลองฟังทุกคน ทุกชั้น ทุกแผนกดูบ้าง  อาจได้ไอเดียที่บรรเจิดอย่างไม่น่าเชื่อนะคะ

 

#สร้างเวที : เพื่อให้หลักการในข้อ 1 เป็นจริงขึ้นมา ผู้บริหารคงต้องสร้างเวทีให้ทุกคนได้มีโอกาสเสนอไอเดียค่ะ เช่น บริษัทของท่านอาจจะจัด “วันเปิดสมอง” ขึ้น 6 เดือนครั้ง วันนี้ทุกคนจะมีโอกาสเสนอไอเดียได้ไม่จำกัด คิดดูสิคะ..ถ้าไม่ทำแบบนี้ คุณป้าแม่บ้านทำความสะอาดที่ไหนจะกล้าลุกขึ้นมาเสนอไอเดียบรรเจิดล่ะคะ

 

#สร้างกติกาในการเสนอไอเดีย : เมื่อเรามีเวทีที่เปิดโอกาสให้ทุกคนเสนอไอเดียแล้ว เราก็ควรมีกติกากำกับไว้ด้วยนะคะ กติกาเมื่อเปิดฟลอร์รับไอเดียได้แก่

@มีคนเขียนกระดานคนเดียว  คน ๆ นี้มีหน้าที่เขียนอย่างเดียวเท่านั้น  อะไรก็ตามที่หลุดจากปากสมาชิกมา  คนๆ นี้จะเขียนลงบนกระดานให้ละเอียดที่สุด

@อะไรก็ตามที่ผุดขึ้นในหัวแต่ละคน  ให้พูดมันออกมาเลย  โดย

*ห้ามคิดก่อนพูด  คิดอะไรก็ให้พูดออกมาเลย

*ห้ามกรองก่อนพูด เช่นกรองว่า ไอเดียนี้น่าจะทำยาก…ไม่พูดดีกว่า หรือ ไอเดียนี้บริษัทเราน่าจะไม่มีงบ…ไม่พูดดีกว่า  ณ จุดนี้ไม่ต้องคิดถึงความเป็นไปได้ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องงบประมาณ ไม่ต้องคิดว่าใครจะเป็นคนทำ  เรามีหน้าที่เสนอไอเดียอย่างเดียวค่ะ จำไว้

*แรก ๆ ไอเดียจะพลุ่งพล่าน จนคนเขียนแทบเขียนไม่ทัน  แต่หลัง ๆ ไอเดียจะเริ่มฝืด  เราจะหยุดเมื่อไม่มีคนเสนอไอเดียแล้ว

*จากนั้นค่อยเอาไอเดียที่อยู่บนกระดานมากรอง ว่าอันไหนเป็นไปไม่ได้ อันไหนทำได้ยาก อันไหนทำได้ง่าย อันไหนต้องใช้งบเยอะ อันไหนจะมอบหมายให้ใครทำ   ในขั้นตอนนี้ไอเดียหลายข้อก็จะถูกแบนไป  แต่แน่นอนว่าไอเดียแจ่ม ๆ หลายข้อจะยังคงอยู่นะคะ

*เอาไอเดียที่บรรเจิดและได้รับคัดเลือกมาลงรายละเอียด เช่น ระยะเวลาที่งานต้องเสร็จ งบประมาณที่ต้องใช้ ที่สำคัญ…ใครทำ  ตรงนี้เราขอเตือนนะคะ ว่าท่านผู้บริหารต้องกำหนดกติกาว่า “คนเสนอไอเดียไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบโปรเจ็คนั้น”  คิดดูสิคะว่า … หากใครเสนอคนนั้นต้องทำ ใครจะอยากเสนอไอเดียล่ะคะ  งานตอนนี้ก็เยอะอยู่แล้ว จะเสนอไอเดียให้งานงอกอีกทำไม  สิ่งที่ควรเป็นก็คือ  ท่านต้องมองไปรอบ ๆ แล้วมอบหมายงานนั้นให้กับผู้ที่ความสามารถเหมาะสม และภาระงานน้อยที่สุดค่ะ  พยายามกระจายความรับผิดชอบไปให้ทั่วๆ  รับรองลูกน้องจะรักท่าน และกล้าเสนอความคิดเห็นขึ้นมากเชียวค่ะ

นี่แหละค่ะ…คือวิธีการและเคล็ดลับที่บริษัทลูกโป่งเล็กๆอย่างเราใช้มาตลอด และพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่านโยบายที่เปิดกว้างรับไอเดียจากทุกคนนั้น มันยอดเยี่ยมเพียงใด วันนี้ยักษ์วัดพระแก้วเป่าลม…คือบทพิสูจน์ความคิดสร้างสรรค์ของเราชาว BalloonArtToGo ค่ะ

#BalloonArt #MagicTank #HappinessAmbassador #BalloonArtToGo #Call021361234 _